1.อดอาหารบางมื้อ
บางคนคิดว่าการกินน้อยคือทางออกที่ทำให้ผอมได้อย่างรวดเร็วที่สุด จึงมองข้ามอาหารบางมื้อไป เช่น อดอาหารเช้าแล้วรวบไปกินตอนกลางวันเลยทีเดียว หรือ อดอาหารเย็นไปเลย ซึ่งการที่เราทำแบบนี้ในช่วงแรกน้ำหนักจะลดอย่างรวดเร็ว แต่พอกลับมาทานอาหารตามปกติเมื้อไหร่น้ำหนักก็จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน เนื่องจากร่างกายเคยชินกับการทานน้อยๆ ระบบเผาพลาญของร่างกายต่ำลง ยิ่งไปกว่านั้นจะผลกระทบต่อกระเพาะอาหารด้วย เพราะถึงเวลาที่น้ำย่อยออกมาย่อยแล้วแต่ไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะเลย น้ำย่อยจึงย่อยผิวกระเพาะ ส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร จนกลายเป็นโรคกระเพาะนั่นเอง ถ้าผอมแล้วเกิดโรคตามมาแบบนี้เป็นใครก็คงไม่อยากได้เนอะ

2.ออกกำลังกายทันทีหลังกินข้าวเสร็จ
การออกกำลังกายหลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆจะทำให้ลำไส้เคลื่อนไปมา ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และที่สำคัญคือเกิดอาการจุกเสียดขึ้นได้ ทางที่ดีควรรออย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้อาหารได้ย่อยก่อน ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายของเราดีขึ้นอีกด้วย

3.กินยาถ่ายให้น้ำหนักลด
การใช้วิธีกินยาถ่ายหรือการกินยาดีท็อกซ์สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ แต่น้ำหนักที่ลดไปนั้นก็เป็นน้ำหนักของน้ำในร่างกายไม่ใช่น้ำหนักของไขมันแต่อย่างใด ซึ่งผลเสียของยาพวกนี้นั้นมีมากมาย เช่น ทำให้ลำไส้ใหญ่จะเกิดการหย่อนยาน ไม่สามารถบีบให้ขับถ่ายปกติได้ หรือร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบางอย่าง ร้ายสุดอาจทำให้ท้องเสียอย่างรุนแรง ดังนั้นอย่างสนใจเพียงแต่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง ให้ดูที่สัดส่วนและสุขภาพร่างกายดีกว่านะ

ถึงแม้ว่าการลดน้ำหนักด้วย 4 วิธีข้างต้นนี้ จะทำให้เราลดน้ำหนักได้จริง แต่รูปแบบการลดน้ำหนักที่กล่าวมานั้นไม่ถูกต้องตามหลักการลดน้ำหนัก และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ก่อให้เกิดโรคและภาวะต่างๆในช่องท้องได้ เช่น ทำให้เกิดโรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน หรือท้องอืด
เกิดแล้วต้องแก้ไข-ยังไม่เกิดต้องป้องกัน ด้วย “ขมิ้นชัน”
อาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารช่องท้องเหล่านี้ ในเบื้องต้นสามารถแก้ไขและป้องกันด้วยการรับประทานขมิ้นชัน เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการหลั่งน้ำเมือกมาเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาโรคลำไส้อักเสบ
